เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@diamondontour

Travel License : 11/09582

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

"รัสเซีย" สถาปัตยกรรมที่งดงามภายใต้หิมะ

23

Jul

รัสเซีย

"รัสเซีย" สถาปัตยกรรมที่งดงามภายใต้หิมะ

 รัสเซีย เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจทั้งในด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่งดงาม นี่คือบางส่วนที่ทำให้รัสเซียโดดเด่น:

1. วัฒนธรรมที่หลากหลาย

 รัสเซีย มีมรดกทางวัฒนธรรมที่ยาวนานและหลากหลาย ตั้งแต่ศิลปะการเต้นรำบอลเช่ต์จนถึงวรรณกรรมที่โด่งดังของนักเขียนอย่างเลฟ ตอลสตอย และฟีโดร์ ดอสโตเยฟสกี ผู้คนในแต่ละภูมิภาคยังมีประเพณีและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ทำให้การเยี่ยมชมรัสเซียเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

2. สถาปัตยกรรมที่งดงาม

เมืองหลักๆ เช่น มอสโก และ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ตัวอย่างเช่น วิหารเซนต์บาซิลในมอสโก ที่มีโดมรูปหัวหอมสีสันสดใส และพระราชวังเฮอร์มิเทจในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่เต็มไปด้วยศิลปะและประวัติศาสตร์

3. ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

 รัสเซีย มีภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขา ป่าไม้ ทะเลสาบ ไปจนถึงชายฝั่งที่งดงาม เช่น ทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก และมีธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์

4. ประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

ประวัติศาสตร์ของรัสเซียมีหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคซาร์ จนถึงยุคโซเวียต ทำให้มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์และอนุสาวรีย์ที่บอกเล่าเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงในประเทศ

5. อาหารที่หลากหลาย

อาหาร รัสเซีย มีความหลากหลายและเต็มไปด้วยรสชาติ ตั้งแต่ บอร์ชต์ (ซุปบีทรูท) ไปจนถึง เปลเมนี (เกี๊ยวรัสเซีย) และขนมหวานอย่าง พานาคอตตา ที่นักท่องเที่ยวต้องลอง

รัสเซียจึงเป็นประเทศที่น่าสนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สำหรับผู้ที่รักการสำรวจและเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ

มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ (Saint Savior Cathedral)

 มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ (Saint Savior Cathedral) ตั้งอยู่ใน มอสโก เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในสไตล์นีโอไบแซนไทน์ มีโดมสีทองและภาพจิตรกรรมที่สวยงามภายใน มหาวิหารนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะในสงครามนาโปลี และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งของ รัสเซีย ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและศูนย์กลางทางศาสนาในเมืองหลวง

มหาวิหารเซนต์บาซิล (Saint Basil's Cathedral)

 มหาวิหารเซนต์บาซิล (Saint Basil's Cathedral) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดงใน มอสโก เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของ รัสเซีย ด้วยโดมรูปหัวหอมที่มีสีสันสดใสและสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยพระเจ้าสุริยวงศ์เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในการสู้รบกับชาวทาตาร์ ภายในมีการตกแต่งที่สวยงามและมีกลิ่นอายของวัฒนธรรม รัสเซีย มหาวิหารนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เรด สแควร์ (Red Square)

 เรด สแควร์ (Red Square) จัตุรัสกลาง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและประวัติศาสตร์ของประเทศ ตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังเครมลินและมหาวิหารเซนต์บาซิลที่มีหลังคาโดมหลากสีเป็นเอกลักษณ์ เรด สแควร์ ยังเป็นสถานที่สำคัญสำหรับจัดพิธีและการเฉลิมฉลองระดับชาติ ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

ถนนอารบัท (Arbat Street)

 ถนนอารบัท (Arbat Street) เป็นถนนเก่าแก่ใน กรุงมอสโก ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีบรรยากาศที่คึกคักด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแกลเลอรีศิลปะ ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวเมือง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่มีนักแสดงข้างถนนและกิจกรรมต่างๆ ถนนอารบัทยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและสะท้อนถึงวิถีชีวิตของ รัสเซีย ในอดีต

มหาวิทยาลัยมอสโค (Lomonosov Moscow State University)

 มหาวิทยาลัยมอสโค (Lomonosov Moscow State University) เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดใน รัสเซีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1755 และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ อาคารหลักของมหาวิทยาลัยมีสถาปัตยกรรมสไตล์สตาลินิสต์ที่โดดเด่น มีความสูงถึง 240 เมตร และเป็นหนึ่งใน 7 อาคารที่มีชื่อเสียงในมอสโก นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมการศึกษาที่หลากหลายและมีนักศึกษาและอาจารย์จากหลายประเทศทั่วโลก มหาวิทยาลัยมอสโคจึงเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

สถานีรถไฟใต้ดินในรัสเซีย

 สถานีรถไฟใต้ดินในรัสเซีย โดยเฉพาะใน มอสโก ถือเป็นหนึ่งในระบบขนส่งที่สวยงามและมีเอกลักษณ์มากที่สุดในโลก สถานีหลายแห่งมีการตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยหินอ่อน, โคมไฟระย้า, และจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ สถานีอย่าง Kievskaya และ Mayakovskaya เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคโซเวียต นอกจากนี้ รถไฟใต้ดินยังมีความสะดวกสบายและประหยัดเวลา ทำให้เป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ ระบบรถไฟใต้ดินนี้จึงไม่เพียงแต่ให้บริการผู้โดยสาร แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกด้วย

เกร็ดความรู้

การขึ้นลงรถไฟใต้ดินใน รัสเซีย มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นระบบ นี่คือขั้นตอนโดยละเอียด:

การขึ้นรถไฟใต้ดิน

  1. การซื้อตั๋ว: ก่อนเข้าชานชาลา ผู้โดยสารต้องซื้อตั๋วที่เครื่องจำหน่ายตั๋วหรือตู้บริการที่มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ตั๋วสามารถเป็นแบบเที่ยวเดียวหรือบัตรรายเดือน

  2. ไปยังสถานี: เมื่อได้ตั๋วแล้ว ให้ไปยังทางเข้าของสถานีรถไฟใต้ดิน โดยมักมีป้ายบอกทางที่ชัดเจน

  3. ตรวจสอบตาราง: เมื่อถึงชานชาลา ตรวจสอบตารางเวลาที่แสดงถึงขบวนรถที่จะมาถึง รวมถึงทิศทางที่ต้องการไป

  4. รอรถไฟ: รอให้ขบวนรถมาถึง โดยต้องยืนอยู่หลังเส้นสีเหลืองหรือขอบชานชาลา

  5. ขึ้นรถไฟ: เมื่อประตูเปิดให้ผู้โดยสารลงจากตู้ก่อน และเมื่อแน่ใจว่าทุกคนออกจากตู้แล้วจึงสามารถขึ้นไปได้

การลงรถไฟใต้ดิน

  1. ฟังประกาศ: ฟังประกาศเกี่ยวกับสถานีที่จะถึงและเตรียมตัวลง

  2. ไปที่ประตู: ก่อนถึงสถานีให้ไปที่ประตูที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อเตรียมตัวลงจากรถไฟ

  3. เปิดประตู: เมื่อรถไฟหยุดที่สถานี ให้กดปุ่มเปิดประตูหรือรอให้เปิดเอง

  4. ลงจากรถไฟ: เดินออกจากตู้และเคลื่อนตัวไปตามทางออกที่มีป้ายบอกทาง

  5. ออกจากสถานี: ตามป้ายเพื่อไปยังทางออกหรือเชื่อมต่อกับขบวนรถไฟอื่นๆ

การใช้รถไฟใต้ดินในรัสเซียจึงเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการเดินทางในเมือง

ระฆังแตก (Tsar Bell)

 ระฆังแตก (Tsar Bell) ของ รัสเซีย ตั้งอยู่ที่บริเวณพระราชวังเครมลินใน กรุงมอสโก ใกล้กับหอระฆังอีวานมหาราช (Ivan the Great Bell Tower) เป็นระฆังสำริดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หนักกว่า 200 ตัน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าซาร์อเล็กเซย์ที่ 1 แต่ไม่เคยถูกนำมาใช้งานเพราะเกิดรอยแตกขนาดใหญ่ระหว่างการหล่อ ถือเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชม

ปืนใหญ่ซาร์ (Tsar Cannon)

 ปืนใหญ่ซาร์ (Tsar Cannon) หนึ่งในปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่บริเวณพระราชวังเครมลินใน กรุงมอสโก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1586 ในสมัยพระเจ้าเฟดอร์ที่ 1 โดยมีขนาดลำกล้องกว้างถึง 890 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักกว่า 39 ตัน แม้ว่าจะไม่เคยถูกนำไปใช้ในสงครามจริง แต่ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของราชวงศ์รัสเซียและเป็นผลงานวิศวกรรมที่โดดเด่นในยุคนั้น นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับปืนใหญ่นี้

พระราชวังเครมลิน (Grand Kremlin Palace)

 พระราชวังเครมลิน (Grand Kremlin Palace) ใน กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางอำนาจของประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมอสโก โดดเด่นด้วยกำแพงป้อมปราการสูงและหอคอยที่งดงาม ภายในประกอบด้วยโบสถ์ วิหาร และพระราชวังหลากหลายสมัย รวมถึงหอระฆังอีวานมหาราชและระฆังแตกขนาดยักษ์ พระราชวังเครมลินยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานประธานาธิบดีรัสเซียและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

พระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace)

 พระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace) ตั้งอยู่ในเมืองพุชกิน ใกล้ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป็นพระราชวังสไตล์บาโรกที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีฟ้าและทองที่หรูหราและวิจิตรบรรจง ภายในมีห้องอำพันอันเลื่องชื่อที่ตกแต่งด้วยอำพันแท้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังล้อมรอบด้วยสวนสวยงามและสระน้ำที่สงบร่มรื่น พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราชและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ รัสเซีย

พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace)

  พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace) หรือ "วังฤดูร้อน" ตั้งอยู่ในเมืองปีเตอร์ฮอฟ ใกล้ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป็นพระราชวังที่จักรพรรดิปีเตอร์มหาราชสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองของ รัสเซีย มีจุดเด่นที่สวนสวยและระบบน้ำพุที่งดงาม โดยเฉพาะน้ำพุแกรนด์ฟาวน์เทนที่มีรูปปั้นทองขนาดใหญ่ ภายในพระราชวังตกแต่งด้วยศิลปะยุโรปที่หรูหรา นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาเยี่ยมชมความงามอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้

มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac's Cathedral)

 มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac's Cathedral) ในเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดใน รัสเซีย และเป็นหนึ่งในวิหารโดมที่สูงที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยโดมทองคำสูงตระหง่านและศิลปะการตกแต่งภายในที่งดงาม ประดับด้วยหินอ่อน หยก และโมเสกที่ประณีต ภายในสามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเมืองได้จากระเบียงรอบโดม วิหารนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง

พระราชวังเฮอร์มิเทจ (Hermitage Museum)

 พระราชวังเฮอร์มิเทจ (Hermitage Museum) ในเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก พระราชวังสีเขียวขาวนี้เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราช ภายในมีการจัดแสดงศิลปะชิ้นเอกจากยุโรปและทั่วโลกมากกว่า 3 ล้านชิ้น สถาปัตยกรรมอันวิจิตรและผลงานศิลปะที่หาชมได้ยากทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ รัสเซีย

อาหารรัสเซีย

อาหารรัสเซีย มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว น่าลองชิมหลายเมนูเลยทีเดียว!

เกร็ดความรู้

รสชาติของอาหาร รัสเซีย มีความหลากหลายและเข้มข้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นรสเค็ม เปรี้ยว และมันจากส่วนผสมที่เข้มข้น เช่น ครีมและเนย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น อาหารจึงถูกปรุงให้อิ่มท้องและให้พลังงาน ตัวอย่างรสชาติของอาหาร รัสเซีย ได้แก่:

  1. เค็ม: ในอาหารเช่น ซุปโบร์ช (Borscht) และซาลังกา (Solanka) ซึ่งมักจะมีเครื่องดองอย่างมะกอกดอง แตงกวาดอง เติมรสชาติให้มีความเค็มพิเศษ

  2. เปรี้ยว: ครีมเปรี้ยว (Sour Cream) เป็นส่วนประกอบหลัก มักใส่ในซุปหรือทานคู่กับอาหารประเภทเกี๊ยว เช่น เปลมินี (Pelmeni)

  3. มันและหอม: อาหารรัสเซียจำนวนมากใช้เนย ครีม และมันฝรั่งที่ทำให้อาหารมีรสชาติมัน กลมกล่อม

  4. เผ็ดเบาๆ: อาหารบางชนิดเช่น บลินี (Bliny) หรือเนื้อหมักจะมีรสเผ็ดอ่อนๆ จากสมุนไพรและพริกไทย

โดยรวม อาหารรัสเซียจะมีรสชาติที่กลมกล่อมและเข้มข้น เหมาะกับคนที่ชอบอาหารที่รสชาติเข้มข้นและมีรสชาติแบบดั้งเดิม

จำนวนผู้เข้าชม 432 ครั้ง