เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@diamondontour

Travel License : 11/09582

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

"อิตาลี" เสน่ห์ที่น่าค้นหา

23

Jul

อิตาลี

"อิตาลี" เสน่ห์ที่น่าค้นหา

 อิตาลี เป็นประเทศที่สวยงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์ เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากจะไปเยือน ด้วยบรรยากาศที่โรแมนติก ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ ตลอดจนอาหารที่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร

โรม (Rome)

 โรม (Rome) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์และศิลปะระดับโลก ที่นี่คุณจะได้ชมโคลอสเซียมอันยิ่งใหญ่ วิหารแพนธีออนที่งดงาม และน้ำพุเทรวีที่น่าหลงใหล นอกจากนี้  โรม ยังมีตรอกซอกซอยเก่าแก่และร้านอาหารที่เสิร์ฟพาสต้าและพิซซ่าอิตาเลียนต้นตำรับ ชวนให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกในทุกมุมของเมือง

มิลาน (Milan)

 มิลาน (Milan) เมืองแห่งแฟชั่นและศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันและความทันสมัย โดดเด่นด้วยมหาวิหารดูโอโมที่งดงามตระการตาและแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอลที่ 2 ศูนย์รวมแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่หรูหรา มิลาน ยังเป็นแหล่งรวมศิลปะที่น่าทึ่ง พร้อมด้วยร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์อิตาเลียนแท้ ให้คุณได้สัมผัสชีวิตคนเมือง อิตาลี ที่หรูหราและมีเสน่ห์

เมืองปีซ่า (Pisa)

 เมืองปีซ่า (Pisa) โดดเด่นด้วย หอเอนปีซ่า อันเลื่องชื่อ สถาปัตยกรรมแปลกตาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากหอเอนแล้ว เมืองนี้ยังมีโบสถ์สไตล์โรมันสวยงามและจัตุรัส Piazza dei Miracoli ที่สวยงาม สะท้อนถึงศิลปะและประวัติศาสตร์อันยาวนานของ อิตาลี

เกร็ดความรู้

  • หอเอนปีซ่าไม่ได้ตั้งใจให้เอียง: หอเอนปีซ่าถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1173 และไม่ได้ตั้งใจให้เอียงแต่แรก แต่เนื่องจากพื้นดินใต้หอเป็นดินอ่อน หอจึงค่อยๆ เอนตัวในช่วงการก่อสร้างชั้นที่สาม ทำให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

  • การก่อสร้างที่ยาวนานกว่า 200 ปี: หอเอนปีซ่าใช้เวลาสร้างยาวนานถึงสองศตวรรษ เนื่องจากมีการหยุดก่อสร้างเป็นระยะเนื่องจากปัญหาดินทรุด ซึ่งการหยุดชะงักเหล่านี้ช่วยให้หอไม่ทรุดมากไปกว่านี้ในระหว่างการก่อสร้าง

  • หอเอนที่ปรับให้อยู่ตัวมากขึ้น: ในปี ค.ศ. 1990 มีการบูรณะหอเอนปีซ่าด้วยเทคนิคสมัยใหม่เพื่อป้องกันการเอนเพิ่ม นักวิศวกรใช้การถ่วงน้ำหนักและการเสริมโครงสร้าง ทำให้หอเอนมั่นคงและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น

  • สัญลักษณ์ของหอระฆัง: หอเอนปีซ่าเดิมทีสร้างเป็นหอระฆังของมหาวิหารที่ตั้งอยู่ในจัตุรัส Piazza dei Miracoli ซึ่งเป็นศูนย์รวมศาสนสถานสำคัญของเมืองปีซ่า

  • จุดยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ: นักท่องเที่ยวนิยมโพสท่าถ่ายรูป “ดัน” หอเอนปีซ่าให้ตรงหรือเอนตาม โดยมุมที่เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายภาพนี้คือบริเวณด้านข้างของจัตุรัส ช่วยสร้างภาพลวงตาที่สนุกสนานและแปลกใหม่

  • เวนิส (Venice)

     เวนิส (Venice) เมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติกที่งดงามไม่เหมือนใคร ล่องเรือกอนโดล่าผ่านคลองแคบๆ ที่เชื่อมทุกส่วนของเมือง ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศสไตล์ยุโรปโบราณและชมสถาปัตยกรรมกอธิคที่งดงาม เช่น จัตุรัสเซนต์มาร์ก (Piazza San Marco) และโบสถ์เซนต์มาร์กที่วิจิตรตระการตา เวนิส เต็มไปด้วยสีสันจากตลาดท้องถิ่นและคาเฟ่ริมน้ำที่ให้บรรยากาศผ่อนคลาย จนกลายเป็นจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    เกร็ดความรู้

  • ประวัติของเรือกอนโดล่า: เรือกอนโดล่ามีประวัติยาวนานกว่าพันปี ใช้สำหรับการเดินทางภายในเมืองเวนิสมาแต่โบราณ โดยเรือถูกออกแบบให้มีรูปร่างเรียวยาว เพื่อให้ล่องไปตามคลองแคบๆ ได้อย่างคล่องตัว

  • การพายเรือด้วยเทคนิคเฉพาะตัว: คนพายเรือ หรือ "กอนโดลิเอเร" (Gondoliere) ใช้ท่าพายแบบพิเศษที่เรียกว่า "เวเนเชียน โรล" (Venetian Rowing) ซึ่งเป็นการพายด้วยไม้พายเดียวที่ข้างลำเรือ ช่วยให้เรือเคลื่อนที่ได้แม่นยำแม้ในพื้นที่แคบ

  • สีดำเป็นสีประจำของเรือกอนโดล่า: ตามกฎหมายของเมืองเวนิส เรือต้องทาสีดำ เพื่อควบคุมความสวยงามที่เรียบง่ายและเป็นมาตรฐาน และยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16

  • สัญลักษณ์ของ "Ferro": บริเวณหัวเรือกอนโดล่าจะมีโลหะที่เรียกว่า "Ferro" ซึ่งออกแบบเป็นลายหยัก 6 หยักแทนเขตทั้งหกของเมืองเวนิส ตัว Ferro นี้ยังช่วยในการทรงตัวของเรือ ทำให้มั่นคงเวลาล่องตามน้ำ

  • ฤดูกาลที่ดีที่สุดในการล่องเรือกอนโดล่า: ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่นิยมที่สุด เพราะอากาศกำลังสบายและคลองไม่แออัดเกินไป เหมาะสำหรับชมวิวรอบเมืองและเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันเงียบสงบของเวนิส

  • ซีร์มิโอเน่ (Sirmione)

     ซีร์มิโอเน่ (Sirmione) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบการ์ดาที่งดงามและเงียบสงบ โดดเด่นด้วยปราสาทโบราณ Scaliger ที่ตั้งตระหง่านริมทะเลสาบและบรรยากาศเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำแร่ร้อนที่มีชื่อเสียง และชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบและภูเขาที่รายล้อม

    ฟลอเรนซ์ (Florence)

     ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองศิลปะและสถาปัตยกรรมระดับโลกที่เต็มไปด้วยความวิจิตรตระการตา โดดเด่นด้วยมหาวิหารดูโอโมอันงดงามและหอศิลป์อุฟฟิซีที่จัดแสดงผลงานของศิลปินเอกอย่างเลโอนาร์โด ดา วินชีและไมเคิลแองเจโล ฟลอเรนซ์เป็นเมืองที่ให้บรรยากาศโรแมนติก มีแม่น้ำอาร์โนไหลผ่าน และสะพานปอนเตเวคคิโอที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

    เจนัว (Genova)

     เจนัว (Genova) เมืองท่าอันเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตั้งอยู่ริมทะเลลิกูเรียและเป็นจุดกำเนิดของนักสำรวจชื่อดัง คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เมืองนี้มีสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งดงาม เช่น โบสถ์ซาน โลเรนโซ และพระราชวังเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์ เจนัว ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องของอาหารทะเลสดอร่อยและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาในย่านเมืองเก่า

    โดโลไมต์ (Dolomite)

     โดโลไมต์ (Dolomite) เป็นภูเขาที่มีความงดงามทางธรรมชาติและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ตั้งอยู่ใน อิตาลีเหนือ  โดโลไมต์ มีภูมิทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยมียอดเขาสูงตระหง่านและหน้าผาที่สวยงาม ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ปีนเขาและเดินป่าในช่วงฤดูร้อน รวมถึงสกีในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ได้ที่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา บรรยากาศที่เงียบสงบและวิวทิวทัศน์ที่งดงามทำให้โดโลไมต์เป็นจุดหมายที่น่าหลงใหลสำหรับผู้รักธรรมชาติและการผจญภัย

    ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre)

     ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) เป็นกลุ่มหมู่บ้านห้าหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลลิกูเรียของ อิตาลี โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสีสันสดใสที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงส overlooking ทะเลครามที่สวยงาม ชิงเกว แตร์เรมีเส้นทางเดินป่าที่เชื่อมต่อแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวทิวทัศน์ที่น่าทึ่งของทะเลและภูเขาได้ นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลสดและไวน์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและสัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบของเมืองริมทะเล

    บริคเซน (Brixen)

     บริคเซน (Brixen) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอัลไพน์ของ อิตาลีเหนือ มีบรรยากาศที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โบสถ์ประจำเมืองที่มีสถาปัตยกรรมบาโรกอันงดงามและจัตุรัสกลางเมืองที่เต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่น่าสนใจ บริคเซนยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสำรวจธรรมชาติและการทำกิจกรรมกลางแจ้งใน เทือกเขาโดโลไมต์ ที่มีทิวทัศน์สวยงามและเส้นทางเดินป่าที่หลากหลาย

    โคโม่ (Como)

     โคโม่ (Como) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ ริมทะเลสาบโคโม่ ในภาคเหนือของ อิตาลี มีบรรยากาศที่งดงามและโรแมนติก โดยเฉพาะวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบ เมืองนี้มีโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์ที่สวยงาม และมีร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่น่ารักริมทะเลสาบ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือบนทะเลสาบหรือเดินสำรวจสวนและเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม ทำให้โคโม่เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติที่งดงาม

    จำนวนผู้เข้าชม 235 ครั้ง