
23
Jul
อิหร่าน
"อิหร่าน" ไปแล้วจะหลังรัก
Golestan Palace (พระราชวังโกลสตาน)
Golestan Palace (พระราชวังโกลสตาน) เป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกที่สำคัญในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และมีการปรับปรุงต่อเนื่องจนถึงศตวรรษที่ 20 พระราชวังนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมเปอร์เซียและยุโรป ประดับด้วยกระจกสีและศิลปะที่ประณีต ทั้งยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญหลายแห่ง โกลสตานจึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและประวัติศาสตร์ของราชวงศ์กาเจาร์ (Qajar Dynasty) ที่ผ่านมา






Niavaran Palace (พระราชวังนีอาวาราน)
Niavaran Palace (พระราชวังนีอาวาราน) ตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เป็นที่พักอาศัยของพระราชวงศ์ชา (Pahlavi Dynasty) โดยสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1960 และมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความทันสมัยและศิลปะเปอร์เซีย ภายในพระราชวังมีการตกแต่งที่งดงาม รวมถึงภาพถ่ายและของสะสมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีสวนที่กว้างขวางและสวยงามรอบพระราชวัง ซึ่งสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่น Niavaran Palace เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอิหร่าน






Chehel Sotoun Palace (พระราชวังเชเฮลโซตูน)
Chehel Sotoun Palace (พระราชวังเชเฮลโซตูน) ตั้งอยู่ในเมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าอับบาสที่ 2 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการต้อนรับแขกและจัดงานเลี้ยง สถาปัตยกรรมของพระราชวังมีความโดดเด่นด้วยการใช้ไม้และกระจกในการตกแต่ง ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวจากประวัติศาสตร์เปอร์เซีย พระราชวังแห่งนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญของศิลปะและสถาปัตยกรรมเปอร์เซียในยุคนั้น






Imam Square (จัตุรัสอิมาม)
Imam Square (จัตุรัสอิมาม) ตั้งอยู่ในเมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO จัตุรัสนี้มีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมเปอร์เซียที่อลังการ เช่น มัสยิดเชค ลอตฟอลลาห์ (Sheikh Lotfallah Mosque) และพระราชวังอาลี คาปู (Ali Qapu Palace) มีบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางวัฒนธรรมและสังคมในเมืองอิสฟาฮาน Imam Square จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนอิหร่าน






Ali Qapu Palace (พระราชวังอาลี คาปู)
Ali Qapu Palace (พระราชวังอาลี คาปู) ตั้งอยู่ใน Imam Square เมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยและสถานที่จัดเลี้ยงของกษัตริย์อับบาสที่ 1 สถาปัตยกรรมของพระราชวังโดดเด่นด้วยการออกแบบที่ซับซ้อนและการตกแต่งด้วยจิตรกรรมที่งดงาม รวมถึงห้องที่มีระเบียงเปิดให้ชมวิวจัตุรัสและเมืองอิสฟาฮาน ภายในยังมีลวดลายศิลปะที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) ที่ผ่านมา



Abyaneh Village (หมู่บ้านอาบิยาเนห์)
Abyaneh Village (หมู่บ้านอาบิยาเนห์) ตั้งอยู่ในภูมิภาคของอิหร่าน ใกล้กับเมืองคาชาน เป็นหมู่บ้านโบราณที่มีสถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซียที่โดดเด่น ด้วยบ้านเรือนที่สร้างจากดินแดงและมีลักษณะพิเศษที่ผสมผสานกับธรรมชาติรอบข้าง หมู่บ้านนี้มีบรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ โดยชาวบ้านยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ นอกจากนี้ Abyaneh ยังมีทิวทัศน์ที่งดงามและเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอิหร่าน



Maharloo Lake (ทะเลสาบมาห์โล)
Maharloo Lake (ทะเลสาบมาห์โล) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองชิราซ ประเทศอิหร่าน เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อเสียงในเรื่องของสีสันที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่น้ำจะแสดงสีชมพูเข้มจากสาหร่ายและแบคทีเรียที่เจริญเติบโตในน้ำ ทะเลสาบนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำหลายชนิดและยังเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมสำหรับการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ บรรยากาศรอบทะเลสาบเต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามและเงียบสงบ ทำให้ Maharloo Lake เป็นสถานที่ที่น่าหลงใหลสำหรับผู้มาเยือน



Naqsh-e Rostam (นาคช-เอ รอสตัม)
Naqsh-e Rostam (นาคช-เอ รอสตัม) เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเพอร์เซโปลิส ประเทศอิหร่าน โดยมีรูปสลักหินที่แสดงถึงพระราชาและเทพเจ้าจากยุคอารยธรรมอาคีเมนิด (Achaemenid Empire) ภายในมีหลุมศพของกษัตริย์ไซรัสมหาราชและกษัตริย์อื่นๆ รูปสลักและการตกแต่งของหินสร้างความประทับใจและสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซียในอดีต Naqsh-e Rostam จึงเป็นสถานที่สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักโบราณคดีจากทั่วโลก



Pasargad (ปาซาร์กาด)
Pasargad (ปาซาร์กาด) เป็นเมืองโบราณที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเพอร์เซโปลิส และเป็นสถานที่ตั้งของสุสานของกษัตริย์ไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO สถาปัตยกรรมในปาซาร์กาดสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิอาคีเมนิด (Achaemenid Empire) และมีองค์ประกอบที่สำคัญ เช่น เสาหินและโครงสร้างที่สร้างจากหินอ่อน นอกจากนี้ ปาซาร์กาดยังเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเปอร์เซียโบราณที่น่าค้นคว้าและสำรวจ



Pink Mosque หรือ Masjid-e Nasir al-Mulk (มัสยิดนาสีรัลมุลค์)
Pink Mosque หรือ Masjid-e Nasir al-Mulk (มัสยิดนาสีรัลมุลค์) ตั้งอยู่ในเมืองชิราซ ประเทศอิหร่าน เป็นหนึ่งในมัสยิดที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศเนื่องจากการตกแต่งภายในที่งดงามด้วยกระจกสีสันสดใส ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ภายในมัสยิดเต็มไปด้วยการออกแบบที่ประณีตและภาพกระจกที่สะท้อนแสงในรูปแบบต่างๆ ทำให้บรรยากาศภายในมีความสวยงามและสว่างไสว โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ที่แสงแดดส่องลงมาผ่านกระจก การออกแบบที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมเปอร์เซียและอิสลามทำให้ Pink Mosque เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนอิหร่าน









Takhte Jamshid หรือ Persepolis (เปอร์เซโปลิส)
Takhte Jamshid หรือ Persepolis (เปอร์เซโปลิส) เป็นเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราชโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองชิราซ ประเทศอิหร่าน เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของจักรวรรดิอาคีเมนิด (Achaemenid Empire) และมีสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ เช่น เสาหินและประตูที่ประดับด้วยรูปสลักอันงดงาม ปัจจุบัน Takhte Jamshid ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO และถือเป็นสถานที่สำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์อารยธรรมเปอร์เซีย









Vank Church หรือที่เรียกว่า Masjid-e Vank
Vank Church หรือที่เรียกว่า Masjid-e Vank เป็นโบสถ์ที่ตั้งอยู่ในเมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยชุมชนชาวอาร์เมเนียนในอิหร่านเพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมของโบสถ์ผสมผสานระหว่างสไตล์เปอร์เซียและอาร์เมเนีย มีการตกแต่งภายในที่งดงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวทางศาสนาและประวัติศาสตร์ ในบริเวณรอบโบสถ์ยังมีพิพิธภัณฑ์และสวนที่สวยงาม ทำให้ Vank Church เป็นสถานที่ที่น่าสนใจทั้งในด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ในอิหร่าน
ฤดูในอิหร่าน
อิหร่านมี 4 ฤดูกาลหลักที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละฤดูก็มีลักษณะเฉพาะตัว ดังนี้:
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อากาศเย็นสบายและดอกไม้เริ่มบาน เป็นเวลาที่ดีในการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ
ฤดูร้อน (Summer): ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลทรายและตอนใต้ แต่ในภูเขามักจะมีอากาศเย็นกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn): ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน อากาศเริ่มเย็นลง ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม ทำให้เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเดินทาง
ฤดูหนาว (Winter): ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศหนาวจัด โดยเฉพาะในภูเขาและตอนเหนือของประเทศ ซึ่งอาจมีหิมะตก เหมาะสำหรับกิจกรรมเล่นสกีในภูเขา
การแบ่งฤดูกาลที่ชัดเจนนี้ทำให้แต่ละช่วงมีเสน่ห์และความสวยงามที่แตกต่างกันไปในอิหร่าน

อาหาร และ การแต่งกาย
อาหารอิหร่านเป็นการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่น เครื่องเทศหอมกรุ่น และเทคนิคการปรุงที่ละเอียดอ่อน ทำให้เกิดรสชาติที่ล้ำลึกและหลากหลาย นี่คืออาหารอิหร่านที่โดดเด่น:
- เคบับ (Kebab): เนื้อย่างแบบเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแกะ เนื้อวัว หรือไก่ เสิร์ฟคู่กับข้าวบาสมาติหรือขนมปังแผ่นบาง รสชาติเข้มข้นด้วยเครื่องเทศพื้นบ้าน
- เฟเซ็นจาน (Fesenjan): สตูว์ทำจากทับทิมและวอลนัต รสชาติเปรี้ยวหวาน มักเสิร์ฟพร้อมกับข้าว เป็นเมนูที่พบได้ในงานเลี้ยงพิเศษ
- กอร์เมห์ ซับซี (Ghormeh Sabzi): สตูว์สมุนไพรที่ปรุงจากผักชี เมล็ดเฟนูกรีก และถั่วต่างๆ รสชาติเปรี้ยวนิดๆ จากมะนาวแห้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติสมุนไพรสดชื่น
- ข้าวหมก (Polow หรือ Chelow): ข้าวหอมที่เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อสัตว์หรือผักต่างๆ เป็นอาหารหลักที่มักถูกปรุงอย่างพิถีพิถันให้ข้าวมีความนุ่มหอมและไม่เหนียวติดกัน
นอกจากนี้ อิหร่านยังมีขนมหวานแบบดั้งเดิม เช่น บัคลาวา (Baklava) และชาเปอร์เซียหอมกรุ่นที่มักเสิร์ฟพร้อมขนมปังกรอบ ทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่อิหร่านมีความหลากหลายและน่าประทับใจ
เกร็ดความรู้
การแต่งกายของผู้หญิงในอิหร่านมีความสำคัญและเคร่งครัดตามกฎหมายและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม โดยมีข้อกำหนดหลักๆ ดังนี้:
ฮิญาบ (Hijab): ผู้หญิงต้องสวมผ้าคลุมศีรษะเพื่อปิดผม แต่ไม่จำเป็นต้องคลุมหน้าจากสายตา นอกจากนี้ บางคนอาจเลือกใช้ผ้าคลุมแบบต่างๆ ตามความชอบ
เสื้อผ้าหลวมๆ: เสื้อผ้าต้องมีความหลวมและคลุมร่างกาย ตั้งแต่บริเวณแขนจนถึงขา เพื่อไม่ให้เห็นรูปร่างชัดเจน เสื้อผ้าต้องไม่รัดรูปและต้องปกปิดผิวหนังส่วนใหญ่
มานโต (Manto): ผู้หญิงมักสวมเสื้อโค้ตหรือแจ็คเก็ตที่ยาวคลุมสะโพกหรือด้านล่าง เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดการแต่งกาย
สีและสไตล์: ไม่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดเรื่องสีสัน แต่เสื้อผ้ามักจะมีความเรียบง่ายและไม่ควรมีลวดลายที่ดูฉูดฉาด
การแต่งกายของผู้หญิงในอิหร่านจึงสะท้อนถึงวัฒนธรรมและค่านิยมทางสังคม โดยเน้นที่ความสุภาพและความเคารพต่อประเพณีของประเทศ








